แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาชีพอิสระ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาชีพอิสระ แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

วิธีทำขนมกรอบเค็ม โรตีกรอบขนมทานเล่นสร้างรายได้สร้างอาชีพ

กรอบเค็ม และ โรตีกรอบ เป็นขนมทานเล่นที่สามารถสร้างรายได้ ให้เราได้เป็นอย่างดี และยังสามารถทำเป็น อาชีพเสริม ขายในเวลาเลิกงานก็ได้ด้วย หรือจะทำเป็นอาชีพอิสระทำเป็นธุรกิจหลักกันเลยก็ได้ แนว ทางที่จะนำมาแนะนำต่อไปนี้ ทำให้ท่านมีแนวคิดหรือมีช่องทางทำมาหากินกัน ก่อนจะเข้าเนื้อหาก่อนอื่น ต้องขอขอบคุณ คุณ นิภา อาบทอง ผู้ที่ให้สัมภาษณ์การทำอาชีพในครั้งนี้ และขอขอบคุณทีมงานข่าวเดลินิวส์ ที่ได้ชี้ช่องทางให้ในวันนี้ สำหรับท่านใดที่สนใจ ที่อยากจะมีอาชีพเป็นของตัวเองการทำขนมทานเล่นอย่างขนมกรอบเค็ม-โรตี ที่สามารถทำขายได้ตลอด จากประสบการณ์เจ้าของอาชีพทำขนมขายนานานกว่า ยี่สิบ ปี…เรามาดูกันเลยว่าเป็นอย่างไร

กรอบเค็ม

นิภา อาบทอง เจ้าของนิภากะหรี่ปั๊บและปั้นขลิบทอด เล่าว่า เมื่อก่อนมีอาชีพเป็นพนักงานขายแว่นตา และเคยเปิดโรงงานทำวงกบประตูหน้าต่าง ร้านทำมุ้งลวดเหล็กดัดมาก่อน แต่ไม่ประสบความสำเร็จ จึงเปลี่ยนอาชีพ โดยได้คำแนะนำเรื่องขนมจากหลาน ซึ่งตนก็ไปเรียนรู้ใหม่หมด โดยแรก ๆ ขายในหมู่บ้านที่อยู่ก่อน จากนั้นก็มาขายตามตลาดนัดต่าง ๆ แต่ก็ขายไม่ค่อยดี จึงมาหาที่ขายตามโรงพยาบาลต่าง ๆ ซึ่งก็ได้แหล่งขายหลายที่ ซึ่งได้รับผลตอบรับที่ดีมาก เพราะโรงพยาบาลมีคนมาก อีกทั้งยังมีคนไข้ซื้อไปฝากหมอบ้าง ฝากพยาบาลบ้าง ทำให้อาชีพขายของตนประสบความสำเร็จ



ในส่วนของ กรอบเค็ม และ โรตีกรอบ นั้น นิภาบอกว่า เป็นสินค้าที่แตกขยายเพิ่มออกมา เพราะต้องการให้ของมีความหลากหลายมากขึ้น และวิธีทำก็คล้าย ๆ กัน ซึ่งทั้งกะหรี่ปั๊บ ปั้นขลิบ กรอบเค็ม โรตีกรอบ ขายดีเท่า ๆ กันทุกอย่าง อุปกรณ์ในการทำ หลัก ๆ ก็มีเตาแก๊ส เครื่องตีแป้ง กระทะ กะละมัง ไม้นวดแป้ง มีด ฯลฯ ซึ่งเป็นอุปกรณ์ทำอาหาร และทำขนมโดยทั่ว ๆ ไป

วิธีทำและส่วนประกอบ

1.แป้งสาลี 10 กิโลกรัม
2.น้ำตาลทราย 3-4 กิโลกรัม
3.กะทิ 1 กิโลกรัม
4.เกลือ 1 ถุง
5.น้ำมัน 500 กรัม
นำส่วนผสมทั้งหมดใส่ลงในกะละมังตีแป้ง นำใส่เครื่องตี ตีไปประมาณ 30 นาที เสร็จแล้วนำแป้งที่ตีแล้วใส่ถุงพลาสติกมัดปากให้แน่น ทิ้งไว้ 1 ชั่วโมง ทั้งแป้งกรอบเค็ม และโรตีกรอบ มีส่วนผสมของแป้งแบบเดียวกัน

วิธีปั้นแป้งกรอบเค็ม

ให้ปั้นแป้งออกมาเป็นขนาดเท่ากำมือ รีดแป้งให้บาง จากนั้นใช้มือคลึงให้เป็นเส้นยาว ความกว้างขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.5-1 เซนติเมตร แล้วตัดเป็นชิ้น ๆ ละ 3-5 เซนติเมตร แล้วนำไปทอดน้ำมันให้สุกกรอบ
ส่วนแป้งโรตีกรอบ ให้ปั้นแป้งเป็นก้อน ๆ ขนาดเท่ากำมือ รีดเป็นแผ่นบาง ให้เป็นขนาดสี่เหลี่ยม จากนั้นพับแป้งไปมา 3-4 ชั้น นำไปทอดให้สุกกรอบเช่นกัน

เครื่องปรุงกรอบเค็ม และโรตีกรอบ

เครื่องปรุงที่นำลงไปผัด เครื่องปรุงผัดกรอบเค็มมีดังนี้
1.น้ำตาลปี๊บ 5 กิโลกรัม
2.พริกไทย 2 กิโลกรัม
3.น้ำมะขามเปียก 200 กรัม
4.ต้นหอมซอยพอประมาณ ส่วนเครื่องปรุงโรตีกรอบจะลดในส่วนของพริกไทยลงเหลือ 1.5 กิโลกรัม
ผัดเครื่องปรุงทุกอย่างในกระทะ โดยใส่น้ำตาลปี๊บลงไปก่อน เคี่ยวให้ละลาย จากนั้นใส่เครื่องปรุงทุกอย่างลงไป นำแป้งกรอบเค็ม หรือโรตีกรอบ ที่ทอดเตรียมไว้ ใส่ลงไปคลุกให้เข้ากัน จากนั้นนำไปพักให้เย็น แล้วจึงบรรจุใส่ถุงขาย

ราคาขายกรอบเค็มและโรตีกรอบ

ราคาขายอยู่ที่ขีดละ 30 บาท โดยนิภาบอกว่า จากราคาขายกรอบเค็ม และโรตีกรอบ ต่อ 10 ขีด หรือ 1 กิโลกรัม 300 บาทนั้น จะมีต้นทุนประมาณ 180-200 บาท
แหล่งขายขนมของนิภา ก็มีทั้งที่โรงพยาบาลเด็ก โรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลตากสิน โรงพยาบาลเซ็นหลุยส์ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ โรงพยาบาลหัวเฉียว โรงพยาบาลทหารเรือ โรงพยาบาลตำรวจ ฯลฯ ใครต้องการสั่งขนม-ต้องการติดต่อ ก็ติดต่อได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-2889-3002, 08-1847-8976 และ 08-1406-1445.
ที่มา เดลินิวส์

วิธีการทำ ขนมจีนน้ำยาปู อาหารพื้นบ้านที่ทุกคนรู้จักกันดี

อาชีพอิสระวันนี้ แนะนำการทำขนมจีนน้ำยา เป็นอาหารทีเรารู้จักกันดี หารับประทานได้ง่ายมากตามร้านอาหารข้าวแกง ไม่ว่าจะมีการจัดงานอะไรก็แล้วแต่ คนไทยเราก็ชอบนำขนมจีนน้ำยามาเป็นอาหารในงานเสมอ อย่างเช่น งานแต่ งานบวช งานขึ้นบ้านใหม่ ล้วนแต่มีอาหารอย่างขนมจีนน้ำยากันทั้งนั้น แต่นำยาปูคงยังไม่ชินหูเท่าไหร่กันนัก ส่วนมากจะก็แต่ น้ำยาป่า กับน้ำยากะทิ และก็มีอีกอย่างหนึ่งที่ตัวผมเองชอบกินมากนั้นก็คือแกงเขียวหวานกินกับขนม จีน แต่วันนี้เราอาจจะยังไม่คุ้นกันกับขนมจีนน้ำยา แต่บทความต่อไปนี้ว่า ขนมจีน-น้ำยาปู เป็นเมนูขึ้นชื่อแค่ไหนสามารถสร้างรายได้ให้เราได้อย่างงดงาม


เจ้าของร้าน ครัว ปตอ.

พิม-พิมพ์พร สุริยกาญจน์ เจ้าของร้าน ครัว ปตอ. และผู้ดูแลสูตรการปรุงน้ำยาปู เล่าให้ฟังถึงที่มาของร้านว่า เดิมดิฉันทำงานประจำอยู่ในสนามกอล์ฟ ด้านการจัดเลี้ยง พอแต่งงานมีครอบครัวต้องออกจากงานประจำเพราะแฟนซึ่งรับราชการทหารอยากให้ออก มาดูแลครอบครัว แต่พอ
ลูก ๆ เข้าเรียนกันหมด ทำให้มีเวลาว่าง ด้วยความที่ไม่ชอบอยู่นิ่งจึงคิดหางานทำเพื่อเป็นรายได้เสริมช่วยครอบครัว อีกทาง แต่ถ้าเป็นงานประจำคงไม่ได้ เพราะต้องคอยรับ-ส่งลูก
พอดีแฟนมาถามว่าที่ ปตอ.มีโครงการร้านค้าสวัสดิการแม่บ้าน สนใจหรือเปล่า ตอบทันทีว่าสนใจ เพราะเป็นคนชอบทำอาหารเป็นชีวิตจิตใจอยู่แล้ว ตั้งแต่ตอนทำงานประจำ ด้วยความชอบส่วนตัวพอว่างก็มักจะขอเข้าไปเป็นลูกมือช่วยเชฟในครัว โชคดีตรงที่เป็นคนที่ทานอะไรแล้วสามารถแกะสูตรเขาได้ ช่วงที่เป็นแม่บ้านก็ชอบทำอาหารเผื่อเพื่อนบ้านและคนใกล้ชิดเสมอ ๆ พอเราคิดจะทำร้านก็สำรวจความคิดเห็นจากแฟนและทุกคนที่เคยชิมฝีมือเรา พอทุกคนโอเคก็เริ่มกันเลย ตั้งแต่การทำบรรยากาศของร้านให้ดูสบาย ๆ เป็นกันเองเหมือนกับบ้าน เมนูอาหารแต่ละอย่างราคาถูก เพราะเป็นร้านสวัสดิการ แต่อร่อยด้วยรสชาติ และมีมุมกาแฟสดอร่อย ๆ ไว้บริการลูกค้าอีกด้วย
พิมบอกอีกว่า ขนมจีนน้ำยาปู ของครัว ปตอ. เป็นเมนูขึ้นชื่อ ลูกค้าจะพูดกันปากต่อปาก กินที่ร้านแล้วยังซื้อไปฝากเพื่อน ๆ และคนที่บ้านด้วย โดยเฉพาะในหน่วยทหารจะสั่งไปเลี้ยงกันบ่อย ๆ ซึ่ง นอกจากใช้เนื้อปูแล้ว จะเน้นใส่สมุนไพรให้น้ำยามีกลิ่นหอมและรสชาติเข้มข้นกลมกล่อม คือใส่กระชาย และขมิ้นลงไปด้วย เป็นสูตรของที่ร้าน วัตถุดิบต้องคัดของสดใหม่ทุกวัน



นอกจากนี้ที่ร้านยังมีเมนูข้าวผัดนานาชนิด เมนูอาหารไทย เมนูทานเล่น และสารพัดยำ รวมทั้งเมนูอาหารฝรั่ง เช่น สเต๊กปลาแซลมอน หอยแมลงภู่อบเนยเครื่องเทศ ที่ดัดแปลงสูตรให้ถูกปากคนไทย ซึ่งลูกค้าก็แวะเวียนอุดหนุนไม่ขาด

อุปกรณ์สำหรับการทำขนมจีนน้ำยาปู

สำหรับการทำ ขนมจีนน้ำยาปู อุปกรณ์หลัก ๆ ที่ใช้ก็มี 1.เตาแก๊ส 2.กระทะ 3.มีด 4.เขียง 5.หม้อสเตนเลส 6.กะละมัง และอุปกรณ์เครื่องครัวเบ็ดเตล็ดทั่วไป

วัตถุดิบใช้ในการทำน้ำยาปู

ส่วนวัตถุดิบ-ส่วนผสมในการทำขนมจีนน้ำยา หลัก ๆ ก็มี 1.น้ำกะทิ “เอาทั้งหัวกะทิและหางกะทิ” 2.เนื้อปูม้าแกะเอาแต่เนื้อ 3.ปลาช่อน 4.น้ำตาลปี๊บ 5.ใบมะกรูดกะปิ 6.เกลือ

เครื่องแกงที่ใช้ทำน้ำยาปู

ส่วนเครื่องแกงที่ใช้ทำน้ำยาปู ก็มี… 1.พริกขี้หนูแห้ง 2.พริกเม็ดใหญ่แกะเมล็ดแล้วแช่น้ำให้นุ่ม 3.พริกไทยดำเม็ด 4.ตะไคร้ 5.ผิวมะกรูดหั่นฝอย 6.กระเทียมแกะเปลือก 7.ขมิ้นสดหั่น 8.กระชายสดหั่น
สิ่งที่ต้องเตรียมอื่น ๆ นอกจากเส้นขนมจีน ก็มีผักเคียง ใช้ผักต่าง ๆ เช่น 1.มะระลวก 2.ถั่วงอกสด 3.ใบแมงลัก 4.กะหล่ำปลีซอย 5.แตงกวา 6.ถั่วฝักยาว 7.ผักกะเฉด และ 8.ผักกาดดองหั่นบาง ๆ ล้างสะอาดจัดวางในภาชนะให้สวยงาม
น้ำยาปู

ขั้นตอนวิธีการทำน้ำยาปู

ขั้นตอนการทำน้ำยาปู เริ่มจากนำเอาส่วนผสมเครื่องแกงทั้งหมดมาปั่นรวมกันให้ละเอียดแล้วตั้งพักไว้
นำปลาช่อนที่เตรียมไว้มาต้มกับน้ำเดือด ทุบเครื่องสมุนไพรอย่างข่า ตะไคร้ และใบมะกรูด ใส่ตามลงไป เพื่อดับกลิ่นคาวและเพิ่มความหอมในเนื้อปลาช่อน ตักปลาขึ้นใส่ภาชนะพักไว้ให้เย็น แล้วแกะเนื้อปลายีตั้งเตรียมไว้ ส่วนน้ำต้มปลาก็กรองเอาเศษสมุนไพรออก พักไว้
ขั้นต่อไป นำเนื้อปลาที่ยีเตรียมไว้มาผสมกับน้ำต้มปลาที่กรองเตรียมไว้ ตั้งไฟ ใส่เครื่องแกง กะทิคั้น กะปิ น้ำตาลปี๊บ และเติมเกลือเล็กน้อย หรือปรุงรสตามต้องการ ชิมรสตามชอบ ก่อนยกลงให้ใส่เนื้อปูแกะตามลงไป พอน้ำยาเดือดทั่วก็ยกลง เป็นอันเสร็จ พร้อมใช้ในการขาย
การทานขนมจีนให้อร่อยนั้น ต้องอุ่นน้ำยาให้ร้อนตลอดเวลา เพื่อให้มีกลิ่นหอม
ขนมจีนน้ำยาปู ของร้านนี้ ราคาขายชุดละ 30 บาทเท่านั้น โดยมีต้นทุนวัตถุดิบประมาณ 60% ของราคา
ใครสนใจขนมจีนน้ำยาปูต้องการชิมรสชาติอาหารร้านครัว ปตอ. ร้านนี้เปิดให้บริการเวลา 09.00–20.00 น.ทุกวัน ร้านอยู่ในกรมปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน ถนนแจ้งวัฒนะ เข้าจากประตูร้านจะอยู่ซ้ายมือ ไม่ต้องแลกบัตร เบอร์โทรศัพท์ของคุณพิมคือ โทร. 08-5115-2205 ทั้งนี้ “ขนมจีน-น้ำยาปู” ร้านนี้ยังรับทำไปออกร้านหรือใช้ในงานจัดเลี้ยงต่าง ๆ เป็นการสร้างอาชีพได้อีกทางด้วย ใครพอจะมีฝีมือทำอาหาร ก็อย่ามองข้ามอาชีพทำขนมจีน-น้ำยาขาย นะครับ
ที่มา เดลินิวส์

รถรับจ้างขนของ เคลื่อนย้ายสิ่งของอาชีพอิสระ

งานรับจ้างขนของ ถ้าท่านใดที่มีรถกระบะ หรือรถบรรทุกขนาดใหญ่ รถ 10 ล้อ รถ 6 ล้อ ท่านก็สามารถนำออกมาวิ่งรับจ้าง ขนของเข้าย้ายของออกจากบ้านหลังน้ำลด หรือรับจ้างทั่วไปก็ได้ นับว่าเป็นงาน เป็นอาชีพอิสระหลังน้ำท่วมที่สามารถสร้างราย ได้ให้กับเราได้อีกช่องทาง แต่เรื่องราคาก็คงต้องเห็นใจกันด้วยนะค่ะ ไม่ใช้ว่าเห็นแก่ได้อย่างเดียว บางคนไม่เหลืออะไรเลย การทำอาชีพหลังน้ำท่วมนี้เรายอมรู้ดีว่าทุกคนต้องเจออะไรมาบ้าง ว่ามันสาหัสกันแค่ไหน เรื่องราคาถ้าช่วยกันได้ก็ช่วยกันนะค่ะ

รถกระบะรับจ้างขนของ

รถกระบะรับจ้างขนของ นอกจากท่านจะไม่ต้องลงทุนอะไรมาก นอกจากเติมน้ำมันแล้ว ยังเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการหารายได้เสริมหลังน้ำท่วมอีกด้วยค่ะ สำหรับคนที่มีรถ

รถบรรทุก 6 -10 ล้อ

ถ้าท่านมีรถบรรทุก 10 ล้อ รถ 6 ล้อ หรือจะเป็นรถกระบะ ท่านก็สามารถนำออกมาขับรับจ้างหลังน้ำท่วมนี้ได้ เพราะดิฉันเชื่อว่าจะต้องมีคนที่ต้องการจะใช้รถบรรทุกเพื่ออำนวยความสะดวกใน ด้านต่างๆ หรือไม่ก็อาจจะใช้รถบรรทุก ขนของเข้าบ้านหลังน้ำลดแล้วก็ได้ หรืออาจจะใช้เพื่อช่วยขนขยะมูลฝอย ต่างๆ ออกจากบริเวณบ้าน และง่ายต่อการขนย้ายข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ กลับเข้าบ้านด้วยค่ะ

รถบรรทุกรับจ้าง

รถบรรทุก 10 ล้อ รถ 6 ล้อ รับจ้างทั่วไป ไปส่งได้ทุกที่ตามที่เราต้องการ ถ้าท่านไม่ทำเป็นงานอดิเรกท่านก็สามารถทำเป็นอาชีพเสริมได้นะค่ะ เพราะว่าเราไม่ได้มีงานทุกวัน แล้วแต่ว่าใครจะจ้างตอนไหน เพราะฉะนั้นเราก็สามารถทำแบบงานอิสระได้สบายๆ เลยค่ะ แถมยังได้เงินดีอีกด้วยค่ะ

อาชีพเสริม อาชีพอิสระขายผลไม้สดตามฤดูกาล อาชีพธรรมดา....แต่รายได้ไม่ธรรมดา

อาชีพเสริม อาชีพอิสระขายผลไม้สดตามฤดูกาล อาชีพธรรมดา....แต่รายได้ไม่ธรรมดา



สวัสดีครับ เพื่อนๆ คุณผู้อ่านทุกท่าน เมืองไทยของเราขึ้นชื่อได้ว่าเป็นเมืองแห่งผลไม้ มีผลไม้หลากหลายชนิด มีมากมายให้เลือกซื้อหามารับประทาน และมีผลไม้ให้ได้ลิ้มชิมรสตลอดทั้งปี และที่สำคัญผลไม้ชนิดต่าง ๆ ของไทยเรานั้นก็มีราคาไม่แพง สามารถหาซื้อได้ตามท้องตลาดทั่วไป

แต่ยังมีความลับที่แม่ค้า แม่ขาย ผลไม้ไม่ได้บอกเราก็คือ ผลกำไรที่ได้จากการขายผลไม้นั้นค่อนข้างดี ถือว่ามีกำไรต่อหน่วยค่อนข้างมาก และทำให้พ่อค้าแม่ค้าผลไม้สดหลายต่อหลายคน ค้าขายจนเป็นเศรษฐีกันมาแล้ว

อาชีพอิสระ หรือ อาชีพเสริม “ขายผลไม้สด” ตามแผง ใครอาจมองเป็นอาชีพธรรมดา หากแต่ถ้าผู้ค้ารู้จักคิดพลิกแพลงให้เข้ากับเทศกาล รู้จักสร้างจุดขาย อาชีพอิสระที่แสนะธรรมดาที่ว่านี้ก็อาจจะกลายเป็นช่องทางสร้างกำไรได้อย่างน่าสนใจ วันนี้ผมขอนำเอาเรื่องราวของแม่ค้าผลไม้ มานำเสนอให้กับคุณผู้อ่านทุกท่านกันครับ

“สถาพร เนตรไพบูลย์” แม่ค้าผลไม้ หน้าตลาดน้ำดอนหวายรายนี้...

สถาพร แม่ค้าผลไม้วัย 42 ปี ซึ่งยึดอาชีพขายผลไม้มา 20 กว่าปีเล่าว่า เริ่มขายผลไม้แห่งแรกที่หน้าสวนสามพรานมาได้ 7-8 ปี จึงเพิ่มสาขาอีกแห่งไปขายที่บริเวณวัดไร่ขิง โดยขายอยู่ที่นี่ประมาณ 8-9 ปี หลังจากนั้นจึงขยับขยายอีกครั้งโดยมาลงเอยที่ตลาดริมน้ำดอนหวาย แหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อของ จ.นครปฐม ในปัจจุบัน 

ผลไม้ในร้านที่ขายอยู่เป็นประจำก็จะมี อาทิ แอปเปิ้ล ส้มเขียวหวาน ส้มจีน สตรอเบอรี่ ลูกพลับทั้งชนิดสดและแห้ง องุ่นนำเข้า แก้วมังกร มะม่วงเขียวเสวย มะม่วงน้ำดอกไม้ ฟักทองและฟักเงิน ทับทิมสเปน มะเขือเทศราชินี สาลี่หิมะ สาลี่น้ำผึ้ง พุทราจัมโบ้ มะขามหวาน และมะขามเทศ เป็นต้น 

นอกจากนี้ก็อาจรับผลไม้ที่กำลังนิยม หรือเป็นผลไม้เฉพาะฤดูกาล มาขายเพิ่มในแต่ละช่วง 

อาชีพอิสระ นี้แหล่งซื้อผลไม้ที่เป็นแหล่งประจำถือว่ามีความสำคัญมาก เพราะนอกจากสามารถเลือกคุณภาพได้แล้ว ยังสามารถต่อรองราคาได้อีกด้วย โดยแหล่งซื้อผลไม้ที่รายนี้ซื้ออยู่เป็นประจำคือที่ตลาดมงคล ใน จ.นครปฐม 

“ข้อดีของการซื้อร้านประจำก็คือจะเชื่อถือได้มากกว่า แม่ค้าไม่กล้ายัดผลไม้เกรดไม่ดีมาให้ แถมบางครั้งยังได้ผลไม้ที่สวยและสดกว่าใคร ส่วนคนที่ไม่มีร้านประจำแนะนำว่าให้ลองเลือกซื้อจากร้านขายส่งใหญ่ ๆ ก่อน เพราะถ้าไม่ดีก็ยังพอจะพูดคุยหรือเปลี่ยนได้” แม่ค้าผลไม้แนะนำเคล็ดลับ

ในสัปดาห์หนึ่งจะต้องออกไปซื้อของ 2-3 ครั้ง โดยทุนหมุนเวียนแต่ละครั้งขึ้นอยู่กับขนาดของแผงและผลไม้ที่ซื้อมาว่าเป็นฤดูของผลไม้ชนิดนั้นหรือเปล่า โดยราคาตลาดในแต่ละช่วงจะมีผลทำให้ต้นทุนถูกลงหรือแพงขึ้น ส่วนการตั้งราคาขายหน้าแผง สมมุติซื้อส้มมาขายกิโลกรัมละ 12 บาท ราคาวางขายวันแรกนั้นต้องบวกเพิ่มไปอีก 1 เท่าตัว คือขายกิโลกรัมละ 24 บาท เพื่อคืนทุน จากนั้นจะค่อย ๆ ลดราคาลงมาอีกประมาณกิโลกรัมละ 3-5 บาท 

สาเหตุที่ราคาขาย-กำไรลดลง ก็เนื่องจากผลไม้ค้างอยู่กับแผงนาน ทำให้ความสดจะสู้ในวันแรก ๆ ไม่ได้ ทำให้ต้องลดราคาลงเพื่อรีบขายออกจากร้านก่อนที่ผลไม้จะเหี่ยวเฉาหรือเสีย 

“ถ้าวันเดียวขายหมดเลย จะเห็นกำไรแน่นอน ตกอยู่ที่ประมาณ 60-70% ของเงินทุน แต่ถ้าผลไม้ยังไม่หมด แต่อยู่ในช่วง 2-3 วัน กำไรก็จะลดลงเหลือเพียงประมาณ 40-50% ของเงินทุน” 

การเก็บรักษาผลไม้สำหรับขายถือเป็นอีกเรื่องที่สำคัญในการประกอบอาชีพนี้ แม่ค้าผลไม้คนเดิมแนะเคล็ดลับของเธอให้ฟังว่า ถ้าเป็นผลไม้ที่ไม่จำเป็นต้องรักษาอุณหภูมิ เช่น ส้ม มะม่วง แก้วมังกร ก็สามารถเก็บลงลังแล้วใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ห่อหรือคลุมได้เลย แต่หากเป็นผลไม้ที่ต้องรักษาอุณหภูมิหรือต้องแช่เย็น อาทิ สตรอเบอรี่ ลูกพลับสด องุ่น มะเขือเทศราชินี สาลี่หิมะ พุทราจัมโบ้ เป็นต้น ก็ต้องใช้ลังพลาสติกสำหรับแช่หรือตู้แช่ผลไม้ 

สำหรับวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำอาชีพขายผลไม้นั้น เธอบอกว่าใช้ทุนเพียงประมาณ 2,500 บาท โดยมีเพียงกระด้งหรือกระจาดสำหรับใส่ผลไม้ตามชนิดเพื่อขาย, ลังพลาสติกหรือเข่งบรรจุผลไม้, ตาชั่งน้ำหนัก, ถุงพลาสติกบรรจุผลไม้สำหรับลูกค้า ซึ่งควรมีหลายขนาด, ร่มกันแดด และฝักบัวรดน้ำ สร้างความชุ่มชื้นให้ผลไม้

เคล็ดลับในการจัดหน้าร้านหรือวางผลไม้บนแผงก็สำคัญ เธอบอกว่าเทคนิคของที่ร้านจะใช้กระด้งและกระจาด โดยนำกระจาดก้นลึกคว่ำลงบนกระด้ง จากนั้นจัดผลไม้ให้วางเป็นรูปทรงพีระมิด โดยจะจัดเรียงชนิดละ 1 กระด้ง จะไม่นำมาปนกัน จากนั้นใช้ลังผลไม้ตั้งซ้อนเรียงกันเป็นขั้นบันไดสำหรับวางกระด้งผลไม้ 

“การจัดแบบนี้ผลไม้จะไม่ทับ ไม่ซ้อน ทำให้ไม่ช้ำ ที่สำคัญยังสะดวกแก่ลูกค้าเวลาเลือกซื้ออีกด้วย หากต้องการเพิ่มความสวยงามให้ดูน่ามองก็ให้ใช้ใบไม้มาแซมตกแต่ง การขายผลไม้จะต้องขยันจัดเรียงและพรมน้ำบ่อย ๆ ใช้น้ำพรมให้ผลไม้ดูสดใหม่น่าทาน และยังได้ราคาดีอีกด้วย” 

แม่ค้าคนเดิมกล่าวอีกว่า อาชีพขายผลไม้นั้นแม้จะถูกมองว่าเป็นอาชีพค้าขายธรรมดา แต่จริง ๆ แล้วไม่ว่าจะทำอาชีพอะไรก็จำเป็นต้องใส่ใจทั้งสิ้น ที่สำคัญยังต้องรู้จักพลิกแพลงดัดแปลง เพื่อให้สินค้าสามารถขายได้ ซึ่ง “การรับจัดกระเช้า” ก็ถือว่าเป็นอีกบริการที่ช่วยเสริม และเพิ่มรายได้ให้กับอาชีพนี้ได้เป็นอย่างดี

“ที่ร้านก็จะรับจัดกระ เช้าให้ลูกค้าในช่วงเทศกาลต่าง ๆ อาทิ ปีใหม่ ตรุษจีน โดยลูกค้าอาจเป็นคนเลือกหรืออาจให้เราเลือกจัดผลไม้ให้เหมาะสมตามงบประมาณที่ลูกค้าต้องการ ถือว่าเป็นบริการเสริม และเป็นช่องทางเพิ่มรายได้พิเศษเข้าร้านได้อีกทาง” สถาพรกล่าว

เพื่อน ๆ คุณผู้อ่านจะสังเกตเห็นได้ว่า ถึงแม้อาชีพขายผลไม้จะเป็นอาชีพอิสระดั้งเดิมที่มีมายาวนานตั้งแต่โบราณ แต่ก็ยังไม่สูญหาย และที่สำคัญสามารถทำเป็นอาชีพอิสระ หรืออาชีพเสริม สร้างรายได้ ได้เป็นอย่างดี หากมีทำเลที่ตั้งร้านอยู่ในย่านชุมชน ก็สามารถขายดี ได้กำไรอย่างเป็นกอบเป็นกำกันเลยครับ